..............................

เรื่องมาจากวันธรรมดาๆวันหนึ่ง
ตื่นสาย ออกจากบ้านเที่ยงไปสยาม นัดเพื่อนเก่ามาดูหนัง ลืมมือถือไว้บนเตียง
'ก้านกล้วย๒'----สนุกดี ตื่นเต้น เศร้า ซึ้ง ภาพสวย กันตนาทุ่มทุนน่าดู
บางฉากเว่อร์มาก ช้างบิน ช้างดำน้ำ ช้างบีบอย กองทัพซอมบี้ เหอๆ
ซื้อขนมแบ่งกับเพื่อน เพื่อนทอนเงินมา 4 บาท แต่เราบอกว่าไม่เป็นไร
แล้วก็แยกกันกลับ ซื้อผลไม้สองถุง ซื้อยา หยิบเงินออกจากกระเป๋า โดยลืมดูเงินที่มี
พอเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เปิดกระเป๋าเงินมา แล้วก็ตกตะลึง!!
เงินที่เหลืออยู่มีเพียงเหรียญ1 บาท 3เหรียญ.....................
มีเงินเพียงสามบาท ยืนอยู่หน้าโอสถศาลา คนเดียว
สายที่รอ ก็ไม่มีรถเมล์ฟรี จะใช้โทรศัพท์สาธารณะ โทรเรียกใครมารับ ก็ไม่มีใครมาได้
เพื่อนเพิ่งแยกไป แต่ไม่มีมือถือโทรบอกให้หยุดรอก่อน
รอบข้างมีแต่คนแปลกหน้า จะเดินกลับก็คงไม่ไหว

 

ณ เวลานั้น คิดย้อนกลับไป ทำไมเงินสามร้อยกว่าบาท มันหายไปไหน
ทำไมตอนนั้นถึงไม่ซื้อผลไม้แค่ถุงเดียว
ทำไมตอนนั้นถึงไม่รับเงินทอนจากเพื่อน......
มีเงินอีกเพียง 4 บาท ก็นั่งรถเมล์แดงกลับบ้านได้

ฉันยืนคิดกับตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่มีเงินในประเป๋าเสมอ
เวลาที่ซื้อของแพงๆ จ่ายเงินค่าอาหารในร้านหรูๆ
เวลาที่ใช้เงินเพื่อความสุขของตัวเอง โดยไม่ได้คิดมากอะไร
เวลาที่ทำเงินหล่น หรือทำหาย แล้วก็ไม่สนใจ เพราะคิดว่า ก็ยังมีอีก
เวลาที่มองคนยากไร้ คนไม่มีบ้าน ไม่มีกิน แล้วสงสัยว่า เขาอยู่กันยังไงนะ..
คำสอนที่เคยได้ยินว่า"สำหรับคนเหล่านี้ แค่เศษเงินก็มีค่า" แต่...แค่เศษเงิน จะเอาไปทำอะไรได้

 

วันนี้...ฉันได้รู้ เพิ่งได้รู้..ว่า เงินแค่ไม่กี่บาท มีค่าเสมอ และจะมีค่ามากขึ้นในเวลาทีเราต้องการมัน
เราไม่รู้หรอกว่า เมื่อไร ที่เราจะต้องการเงินจำนวนเล็กน้อยเหล่านั้น
บางที เราอาจไม่คิดเลยก็ได้ว่า วันที่เราจะต้องการ"เศษเงิน"นั้นน่ะ มันจะมาถึงเราจริงๆ

วันนี้ ฉันกลับมาถึงบ้านได้ เพราะนั่งสามล้อมาถึงหน้าบ้าน แล้วเดินเข้าไปแบมือของเงินแม่
จะบอกว่ารู้สึกผิด หรือละอายใจ ก็ไม่ใช่ทั้งหมด จะโทษตัวเองถึงสิ่งที่ผ่านมา ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ได้บอกให้ฉันตระหนักว่า เงินทุกบาทมีค่าจริงๆ ไม่ว่าเวลาไหน จงไม่ประมาท..ในการใช้เงิน

 

ไม่ใช่เพียงแค่เงินนะ ทุกอย่างรอบตัวเรามีค่าเสมอ
แม้เป็นเพียงเรื่องหรือสิ่งเล็กน้อย ก็มีค่าเสมอ
ทุกอย่างมีค่าในที่ของมัน ในสถานะของมัน ในเวลาของมัน
เปรียบกับคน คนที่อยู่รอบกายเรา จะเป็นแค่เพียงคนรู้จัก คนร่วมห้อง คนข้างบ้าน..
พวกเขามีค่าในตัวเอง และมีค่าต่อสังคม
เราควรมองเห็น และให้ความสำคัญอย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ
เปรียบกับความรู้สึก ความรู้สึกของตัวเอง ของเพื่อน ของครอบครัว ของใครก็ตาม
ความรู้สึกเพียงเล็กน้อย ที่เรามองข้ามไปเวลานั้น
อาจทำให้ใครสักคน เสียความรู้สึกในเรื่องนั้นก็เป็นได้
ความรู้สึกรัก รักมาก รักน้อย รักหวาน รักรุนแรง
จะรักแบบไหน แค่เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้โลกมีสีสัน..เนอะ^^
----และที่สำคัญที่สุด..."คุณค่า"ของตัวเองน่ะ มองให้เห็น ให้ความสำคัญกับตัวเอง และรักตัวเองไว้เสมอนะ

ปล. ไม่ได้เข้าบล็อกมานานมากๆๆ(เป็นปี - -")
....
เข้ามาที เขียนซะยาวเลย หึหึ...จะพยายามเขียนต่อ

 

ยังจำกันได้ไหมเอ่ย
ตอนที่เรายังเรียนอนุบาลหรือประถมกันอยู่
ทัศนศึกษา หรือ ช่วงวันหยุดเทศกาล
มีสถานที่อยู่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับเด็กๆและครอบครัว

...........สวนสัตว์ดุสิต หรือ สวนสัตว์เขาดิน..............

*****ไปเที่ยวเขาดินกานเถอะ*****

>>>>สวนสัตว์ดุสิต มีความเป็นมาตั้งแต่ช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พื้นที่ของสวนสัตว์ดุสิตในอดีต มาจากการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำในเขตพระราชอุทยานสวนดุสิต มีชื่อว่า"เขาดินวนา" ต่อมาในช่วงหลังปีพ.ศ.2475 สมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่บริเวณสวนดุสิต จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เพื่อนำมาจัดสร้างเป็นสวนสัตว์ จนในวันที่18 มีนาคม พ.ศ.2481  พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติ ให้เทศบาลนครกรุงเทพฯ รับสวนดุสิตไปดำเนินการตามที่ขอ จากนั้นก็มีการรวมรวบสัตว์ต่างๆ และตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม ให้ใช้ชื่อว่า "สวนสัตว์ดุสิต" เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย

>>>>>มาถึงปัจจุบันนี้ สวนสัตว์ดุสิตมีอายุกว่า 70 ปีแล้วน้า อายุรุ่นปู่ย่าตายายเรยน้าเนี่ย หลายๆคนน่าจะเคยไปเที่ยวเขาดินกับโรงเรียนหรือครอบครัวสมัยยังเป็นเด็กเล็ก มันก็นานมากแล้วเนอะ ตอนนี้เขาดินก็ได้รับการปรับปรุงจนกว้างใหญ่ สะอาด สวยงาม ร่มรื่น น่าไปเยี่ยมชมมากๆเลยนะคะ ช่วงปิดเทอมนี้เรากับเพื่อนๆในกลุ่มจึงชวนกันไปเที่ยวเขาดินมาค่ะ อยากจะบอกว่าสนุกมากๆเลย ตอนที่เราบอกคนอื่นๆว่า เราจะไปเขาดินนะ หลายคนตอบกลับมาว่า เขาดินเหรอ จะไปทำไม เราฟังแล้วก็สงสัยจังอ่ะ เขาดินน่าไปออก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่น่าไปกับเพื่อนๆมากเลยนะ เราขอแนะนำเลย ราคาไม่แพง ได้ถ่ายรูป ได้เดินเล่นกับเพื่อนๆ สนุกกว่าเดินสยามเป็นไหนๆ

>>>เราอยากจะเชิญชวนให้ทุกคนไปเที่ยวสวนสัตว์เขาดินกันเถอะนะ ทุกคนก็น่าจะรู้นี่ ว่าในแต่ละวัน สวนสัตว์ต้องมีค่าใช้จ่ายมากมายขนาดไหน ค่าอาหาร ค่าจ้างพนักงาน ค่าอุปกรณ์ ค่ายารักษา ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ ราคาบัตรก็ไม่แพง ของขายก็ไม่แพง สถานที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อประชาชน ไม่ใช่ธุรกิจ จึงไม่มีกำไร มีแต่ขาดทุน ทำไมเราถึงต้องไปเที่ยวที่ไกลๆในวันหยุดล่ะ ทำไมต้องไปสถานที่ที่วุ่นวาย คนเยอะแยะ แทนที่จะไปพักผ่อนอย่างสงบ ไปดูเพื่อนร่วมโลกต่างสายพันธุ์บ้างดีกว่า สัตว์เหล่านั้นมีความน่ารักในตัวของมันเอง ไปแล้วรับรองสนุกแน่นอนค่ะ

ต่อไปนี้เป็นรูปบางส่วนน้า

 
ด้านหน้าสวนสัตว์ค่ะ                     หน้าตาตั๋วผู้ใหญ่(มีแบบราคานร./นศ.ในเครื่องแบบนะ)
 
วิวสระน้ำ ร่มรื่นมาก                           นกเงือกคร่า สีสวยมากเรย
 
นกอะไรไม่รุ น่ากัว - -                         ฝูงฟลามิงโก
 
เพนกวินตากแอร์                               เป็ด...เอ้ย....น่ารักมั๊ย
 
ดำๆนั่นคือ ตัวกินมดยักษ์                     นกกระเรียนค่ะ กำลังนั่ง......พับขา
 
ครอบครัวกวาง                                 คุณช้าง
 
น่าจะเป็น นาก นะคะ                         นี่คือ..เอ่อ....เ-ยจระเข้ ค่ะ ใหญ่มว้ากๆๆๆ
 
แมวดาวค่ะ น่าร้ากมั่ก                         นู๋ฮิปโปแคระ
 
ป๊าม๊ายีราฟค่ะ                                  เสือโคร่งขาว.....สวยมากมาย น่ากอด
  
เสือดำ                                   เมียร์แคท                   ค่าง 5 สี

อ่อ ลืมบอกไป เขาดินตั้งอยู่ข้างๆ พระที่นั่งอนันตสมาคมค่ะ มีทางเข้าหลายทาง จากถนนพระราม 5  ถนนราชวิถี  ถนนอู่ทอง....เรานั่งแท็กซี่ไปนะ จากเจริญกรุง ไปถึงประมาณ 65 บาทค่ะ มีรถเมล์ผ่านนะ เดินทางไม่ยากหรอก ไปกันประมาณ 5-6 ก็สนุกแล้ว ^^

...วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2551...

............วันเกิดครบ 52 ปี ของคุณพ่อ.............

>>>>สุขสันต์วันเกิดค่ะพ่อ<<<<

ค่ำคืนของวันที่ 22  ฉันกับพี่สาวนอนคุยกันถึงวันพรุ่งนี้...วันที่แสนสำคัญ
เรา2คนนอนคุยกันว่า จะทำอะไรให้พ่อดี นานๆทีจะมีโอกาสได้ทำอะไรเซอร์ไพร้สซักหน่อย
ต่างคนต่างเสนอความคิด แต่ทุกอย่างที่คิดออก ก็ยากจะเป็นจริงได้
บางอย่างก็แพงเกิน บางอย่างก็หายาก บางอย่างก็เพ้อฝันไปเลย
คิดนานมาก พยายามคิดว่าพ่อชอบอะไร อยากได้อะไร อยากกินอะไร
คิดไปคิดมา....ก็เพิ่งรู้ตัวว่า นี่เราเกิดมาจะ18ปีแล้ว ยังไม่รู้ใจพ่อตัวเองเลยเหรอ.......

สุดท้าย ปิ๊งอะไรดีๆขึ้นมาได้ มือถือ......เมสเซจ......ก็ดีแฮะ
ก็สรุปว่าจะส่งMMSให้พ่อ ถ่ายวีดีโอร้องเพลงวันเกิด กับ คำอวยพรเล็กๆน้อยๆ
พี่สาวฉันส่งไปก่อน เป็นวีดีโอที่น่ารักดี มีจุ๊บๆด้วย
ส่วนตัวฉันกำลังคิดว่า จะพิมพ์ข้อความอะไรไปอวยพรดีนะ
ด้วยความที่เป็นคนทิฏฐิสูง ปากแข็ง จะให้พูดอะไรหวานๆน่ารักๆ ก็รู้สึกแปลกๆ
ความรู้สึกในใจลึกๆ มันยากจะออกมาเป็นข้อความจริงๆ
ฉันนอนคิดอยู่คนเดียว ฉันจะทำอะไรให้พ่อได้ดีกว่านี้ไหมนะ
ส่งเมสเซจเหรอ พรุ่งนี้เดินไปบอกก็ได้นี่ ก็มันคิดไม่ออกจริงๆนี่นาว่าจะพิมพ์อะไรดี

ฉันนอนคิดไปเรื่อยๆ คิดถึงอดีต เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ทั้งดีและไม่ดี
พ่อคะ.....พ่อรักหนูใช่ไหม พ่อห่วงหนูเสมอรึเปล่า พ่อตามใจหนูกี่ครั้งแล้วนะ
บางครั้งพ่อทำให้หนูไม่พอใจ หนูก็แสดงท่าทีไม่ดีๆออกไป ด้วยความที่ไม่เข้าใจกัน
หนูอยากบอกพ่อว่า หนูเข้าใจนะ ว่าพ่อทำแบบนั้นทำไม หนูรู้เหตุผลของคนเป็นพ่อเป็นแม่
หนูไม่ตั้งใจจะทำให้พ่อเสียใจ แต่หนูไม่รู้จะทำตัวยังไงดี หนูตามใจตัวเองมากไปใช่ไหมคะ
ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อเหนื่อย พ่อทำงานหนัก พ่อพยายามทำเพื่อลูกทุกคน
แม้หลายครั้งลูกจะทำให้พ่อเสียใจ ผิดหวัง แต่พ่อก็ยังทำให้ลูกมีความสุขเสมอ

พ่อชอบซื้ออาหาร ขนมมากมายกลับมาฝาก ถ้าหนูบอกอร่อย พ่อก็ซื้อมาอีก แต่ถ้าไม่ พ่อก็กินเอง
พ่อพาหนูไปเที่ยวไหน หนูก็ชอบทั้งนั้น  พ่อจะทำอะไร ก็พยายามให้ถูกใจหนูเสมอ
พ่อคะ...ทำไมพ่อถึงรู้ใจหนูจังเลย ทำไมพ่อถึงทำให้หนูมีความสุขได้
พ่อให้อะไรกับหนูมามากมายตลอด18ปี
มาถึงวันนี้ ที่หนูจะเป็นนักศึกษาแล้ว ได้ชื่อว่าเข้าสู่ช่วงผู้ใหญ่แล้ว
หนูจะทำอะไรให้พ่อได้บ้างคะ
หนูจะต้องทำอะไร ถึงจะทำให้พ่อมีความสุขได้ ให้พ่อยิ้มได้ ให้พ่อรับรู้ได้...ว่าหนูรักพ่อ

ฉันนอนคิดไป น้ำตาก็ไหลโดยไม่รู้ตัว ด้วยความรู้สึกผิด ด้วยความรู้สึกลึกๆ ที่รักพ่อมากมาย
จนป่านนี้แล้ว ฉันยังไม่รู้ใจพ่อตัวเองเลย ฉันไม่รู้ ว่าจะทำยังไงดี ถึงจะทำให้พ่อมีความสุขได้
ฉันไม่ใช่ลูกที่ดีมากมาย ไม่ได้ทำตัวดีเลิศ ไม่ได้เชื่อฟังทุกอย่าง ไม่ได้กตัญญูเท่าที่ควรจะทำ
ฉันจะซื้ออะไรให้พ่อได้เหรอ ในเมื่อฉันยังไม่มีรายได้ ของแต่ละอย่างก็แพง พ่ออยากได้อะไร ฉันก็ไม่รู้
ฉันจะพาพ่อไปไหนได้ ฉันขับรถไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะพาไปไหนด้วย
ฉันจะทำอาหารที่พ่อชอบ คงไม่ได้ ฉันทำเป็นแต่ของง่ายๆ ถึงทำออกมาก็คงกินไม่ลง
ฉันจะทำของขวัญหรือการ์ดดีไหม ไม่หรอก ฉันคิดไม่ออก ทำก็คงไม่ทันด้วย
ฉันจะเดินเข้าไปกอดพ่อ หอมแก้ม ขอพรให้พ่อ บอกว่ารักพ่อ......ฉันคงไม่กล้า
ฉันมันคนปากแข็ง ขี้ขลาด ปิดกั้นตัวเอง ไม่กล้าแสดงความรัก ฉันทำแบบนั้นไม่เป็นหรอก
คิดๆแล้ว ฉันนี่ก็เป็นคนไม่เอาไหนเนอะ ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง แม้แต่ ทำเพื่อพ่อของตัวเองนะเนี่ย
ฉันคิดๆอยู่ซักพัก แล้วก็ผลอยหลับไป ด้วยความอ่อนเพลีย

เช้าวันรุ่งขึ้น....
ฉันเปิดตาขึ้นมาเจอกับแสงแดดจ้า หันไปมองนาฬิกา....08.40....
ห๊ะ จะ 9 โมงแล้วเรอะ โธ่ๆๆ กะจะตื่นเช้าซักหน่อย เมื่อวานคงเหนื่อยมากไป
ฉันลุกขึ้นจากเตียง แล้วก็คิดได้ว่า...จริงสิ แล้วตกลง ฉันจะทำอะไรให้พ่อล่ะนี่
ฉันถามพี่สาวถึงเรื่องเมสเซจนั้น พี่ก็บอกว่า พ่อได้รับแล้ว ดีใจมาก
พี่ถามฉันว่า ฉันไม่ได้ส่งไปเหรอ เห็นบอกพ่อว่า ได้รับแค่ข้อความเดียว
ฉันก็ตอบไปว่า พอดีง่วงมาก เลยเผลอหลับไปก่อน ฉันตอบแบบนี้ ถูกรึเปล่านะ
ฉันไปอาบน้ำ กินข้าวเช้าเสร็จ ก็ตัดสินใจ เดินไปหาพ่อ...เอาง่ายๆละกันนะ
ฉันเดินไปเกาะแขนพ่อ แล้วพูดว่า สุขสันต์วันเกิดนะพ่อ อายุเท่าไรแล้วเนี่ย
ด้วยความปากแข็ง ฉันจึงพูดติดตลก แล้วแกล้งทำถามว่าอยากไปไหน อยากกินอะไร จะเลี้ยง
พ่อฉันก็ยิ้มๆ แล้วก็บอกว่า นั่นสิ จะกินอะไรดี เย็นนี้ออกไปกินข้าวนอกบ้านดีกว่าเนอะ
ก็เป็นอันสรุปว่า เย็นวันนี้ ครอบครัวฉันจะไปกินอาหารนอกบ้าน ในโอกาสวันเกิดพ่อ

ฉันก็คิดในใจว่า แบบนี้แหละ ดีแล้ว อย่าคิดมากเลย ก็กินอาหารอร่อยๆ ตามด้วยไอศกรีมก็ใช้ได้
ทั้งวันนี้ฉันจึงพยายามทำตัวดีๆ ไม่ดื้อ ไม่ทะเลาะกับพี่ ตามใจพ่อบ้าง
ฉันไม่ได้หมายความว่า ฉันจะทำแบบนี้แค่วันนี้วันเดียวนะ
ฉันก็รู้สึกผิดอยู่ดี ที่ทำอะไรให้ดีกว่านี้ไม่ได้ แต่ฉันก็จะทำเท่าที่ทำได้แหละนะ
ไม่ต้องถึงกับเป็นลูกที่ดีเลิศ ไม่ต้องหาซื้ออะไรที่เลอค่าเพื่อแทนความรู้สึก
วันเกิดพ่อวันนี้ก็จบลงด้วยดี อย่างเรียบง่าย และมีความสุขทุกคน
อย่าคิดให้มาก อย่าทำให้วุ่นวาย อย่าทำอะไรที่เกินตัว อย่าหาวัตถุมาแทนคุณค่าของจิตใจ
เพราะวัตถุก็แค่สิ่งประกอบ สิ่งสำคัญคือ ความรู้สึกจากหัวใจ ที่สื่อถึงได้ แม้ไม่ใช้คำพูด
ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าความรู้สึกรักพ่อเนี่ย มันส่งไปถึงได้มากน้อยแค่ไหน
พ่อก็ไม่ได้บอกซะด้วยสิ แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องรู้นี่......จริงไหม

สำหรับพ่อแล้ว แค่ลูกเป็นคนดี มีอนาคตที่ดี ได้เจอคนดีๆ มีชีวิตที่มีความสุข พ่อก็สุขใจ
ฉันตั้งใจแล้วว่าจะปรับปรุงตัวเอง จะทำเพื่อพ่อแม่ ทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อตัวเอง
ฉันไม่รู้หรอกว่า ฉันจะกตัญญูได้มากพอไหม ฉันคงสัญญาไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างที่พ่อหวัง
อนาคตมันไม่แน่นอน ฉันบอกได้แค่ว่า จะพยายาม อดทน ทำให้ดีที่สุด
แม้ฉันจะอ่อนแอ จนไม่อาจทลายกำแพงแห่งความทิฏฐิลงใด้ในวันนี้
แต่กำแพง จะให้หนาซักเท่าไร ก็ย่อมถูกกัดกร่อนลงเรื่อยๆ
ฉันมั่นใจว่า ซักวัน ฉันจะมีความกล้าพอ ที่จะเปิดประตูหัวใจ เผยความรู้สึกที่แท้จริง
หวังว่า วันนั้น จะมาถึงเร็วๆนะ ขอให้มาถึงเร็วๆเถอะ
พ่อคะ...พ่อต้องรอหนูนะคะ รอวันที่หนูจะมีความกล้านั้น รอวันที่หนูแข็งแกร่งขึ้นมานะคะ

และหวังว่า พระเจ้าคงไม่ใจร้าย ที่จะทำให้วันนั้นไม่มีวันมาถึง
อย่าให้ฉันต้องร้องไห้ กับคำว่า "สายไป" เลยเถอะนะ

****************************************************************

พิมช้าไปหน่อย เลยเป็นวันที่ 24 ซะแล้ว
อิอิ เรื่องที่เล่าไปนี้ เป็นความจริงทุกประการนะคะ
เป็นความรู้สึกจากใจเราจริงๆ

เราอยากจะฝากให้คนที่ได้มาอ่าน ได้คิดอะไรซักนิดบ้าง ถึงพ่อแม่ของตัวเอง
ความคิดของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน
บางคนอาจคิดคล้ายๆเรา บางคนอาจบอกว่าคิดแบบนี้ไม่ถูก
เราก็คิดนะว่า ความรู้สึก ควรจะรีบบอกให้รู้ๆกันไป
อะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้ เราอาจต้องเสียใจกับสิ่งที่สายไป
แต่ถึงแม้จะคิดแบบนั้น เราก็ทำไม่ได้จริงๆ
ด้วยความที่เรายังมีจิตใจที่อ่อนแอเกินไป เรายังไม่กล้าพอจะทำแบบนั้น
บางคนอาจจะบอกว่า เรื่องแค่นี้นะยาก ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องเสี่ยง ไม่มีอะไรเสียหาย
แต่มันก็เป็นสิ่งธรรมดาที่โลกของเราเป็นอยู่ไม่ใช่เหรอ
ทุกอย่างไม่มีทางเป็นไปตามทางที่ควรจะเป็นหรอก
บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ ก็เพราะคนเราไม่เหมือนกันน่ะสิ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กำลังใจ ไงล่ะ เราควรให้กำลังใจกันและกัน
เพื่อให้คนที่พยายามอยู่ พยายามมากขึ้น อดทนมากขึ้น กล้าหาญมากขึ้น

เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ เราจะพยายามเต็มที่
เราก็อยากให้ทุกคนพยายามเหมือนกัน
มาทำสิ่งดีๆกันเถอะ

หุหุ เหตุที่มาของเอนทรี่นี้คือ ความเพิ่งจะมาสนจัยเรียนญี่ปุ่นของเราอ่ะน้า

ทั้งๆที่คนอื่นเค้าเริ่มเรียนกันจนเก่งไปถึงไหนๆแล้ว

เราเริ่มช้าไปป่าวเนี่ย แต่เราก้อสนจัยจิงๆน้ะ เราจะพยายามเรียนให้ถึงที่สุด 555

ทีนี้เราก้อเรยนั่งเสิชหาที่เรียนในเนตมาทั้งวันเรยอ่าน้ะ

ก็พยายามหาแต่ที่ราคาพอรับได้ สอนโอเค มีคนรุจักบ้างน่ะ

เรยเอาสิ่งที่เราหาได้มาแบ่งปัน เผื่อคัยสนจัยจะเรียนเหมือนเราเน้อ

******************************

*ทุกที่เริ่มเปิดรับกันแล้วนะ รับอีกทีก้อประมาณตุลาอ่ะ ส่วนใหญ่สมัครที่สถาบันเรยค่ะ
**ราคาคอร์สเรียนส่วนใหญ่ไม่รวมค่าหนังสือนะคะ และบางที่มีส่วนลดให้ ดูดีๆค่ะ 
***เวลาคิดค่าใช้จ่าย อย่าลืมบวกเรื่องค่าเดินทางเน้อะ เด่วนี้เงินหายาก อิอิอิ

1. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (ส.ส.ท.) สำนักพิมพ์หนังสือเรียนญี่ปุ่นหลายเล่ม
---อยู่ สุขุมวิท 29  ระหว่าง BTS อโศก กะ พร้อมพงษ์ (ไกลสำหรับเราเรยล่ะ - -)
---มีคอร์สให้เลือกหลายแบบ แต่แบบที่เรียนๆกัน ก้อราคา 3900 ต่อ60ชม.ๆละ 65 บาท
---ใช้หนังสือ มินนะ โนะ นิฮงโกะ แต่ก้อจะมีอีกแบบที่ใช้หนังสือ นิฮงโกะ โยโรชิขุ
เราถามมาแล้ว หนังสือ2เล่มนี้ เรื่องไวยากรณ์ไม่ต่างกัน ต่างแค่คำศัพท์ ตัวอย่าง สถานการณ์..
---เรียนห้องละประมาณ 35 คน ครูไทย กะญี่ปุ่น สลับกันสอน
---เป็นสถาบันที่รุจักกันเยอะ สอนดี ถูก มีมาตรฐาน อาจจะไกลหน่อย รถติด
---โทร. 02-259-9160 ต่อ 41-42    www.tpa.or.th/slc/

2. สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น (ส.น.ญ.) หรือที่เมื่อก่อนเรียกว่า เจโทร อ่า
---อยู่ ถ.คอนแวนต์ สีลม เดินทางได้หลายวิธี ถือว่าสะดวกน้ะ ++มีสาขาอื่นด้วยค่ะ
---ที่นี่จะเหมือนกะที่ส.ส.ท.เรย แต่คอร์สจะครึ่งๆน่ะ ราคา1950 ต่อ30ชม.ๆละ65บาท
---เรื่องหนังสือไม่แน่จัยนะ คัยรุก้อแนะนำทีค่ะ
---เรียนห้องละประมาณ 20-30-35คน 555+  ครูไทยสอนค่ะ
---เปนสถาบันที่รุจักกันเยอะเช่นกัน สอนโอเคเรย ถูก แต่สถานที่อาจดูโทรมๆคับแคบหน่อย
---โทร. 02-234-6951, 02-234-6954, 02-234-9396-7   http://www.ojsat.or.th/

3. JCC  อันนี้รุจักมาจากญาติอ่า
---อยู่ตึกอัมรินทร์พลาซ่า BTS ชิดลม เดินจากสยามไปได้เร้ย ถ.เพลินจิตน่ะ +มีสาขาอื่นอีกที่
---ที่นี่สอนญี่ปุ่นกะจีน คอร์สจัดได้เข้าจัยง่ายดี คอร์สละ 3600 ต่อ 30ชม.ๆละ120บาท
---ใช้หนังสือมินนะ โนะ นิฮงโกะ แต่คอร์สเบสิกสุด(เจ1) จะใช้เล่มอื่นก่อน ปรับพื้นฐานน่ะ
---เรียนห้องละไม่เกิน 10 คน ครูญี่ปุ่น พูดไทยพอได้ ได้ใกล้ชิด พูดคุยแน่ๆค่ะ
---บางคนก้อรุจักน้ะ สอนดี สถานที่ดี ได้พูดคุยตรงๆ อาจจะราคาสูงนิสนึง แต่เดินทางสะดวก
---โทร.02-252-8862 (สาขาเพลินจิต)   http://www.jccschool.com/

4. Jeducation 
---อยู่ อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น23 สีลม
---คอร์สเยอะ แต่ราคาเรียนวันธรรมดากะเสาร์-อาทิด ไม่เท่ากัน และมีราคานักเรียน/นักศึกษา
    วันธรรมดา ราคานักเรียน3800ต่อ3
6ชม.ๆละ105 วันเสา-อาทิด 4200 ต่อ36ชม.ๆละ117
---หนังสือไม่แน่จัยอ่า แง่มๆ คัยรุแนะนำด้วยค่ะ หุหุ
---เรียนห้องละ ประมาณ 10 คน  ครูญี่ปุ่น+ครูไทย มีกิจกรรมร่วมกะครูญี่ปุ่นในห้อง
---มีชื่อพอควร สอนดี ราคาสูงนิสนึง มีกิจกรรมเสริมพิเศษให้เยอะ เดินทางสะดวก
---โทร. 02-267-7726 ต่อ 111-112   http://www.jeducation.com/center/index.html

5. WE 
---อยู่ถนนราชวิถี เดินจากบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยได้
---ตอนแรกแอบงงกะชื่อคอร์ส คอร์สปกติ คอร์สละ3600 ต่อ30ชม.ๆละ 120บาท
---ใช้หนังสือของทางสถาบัน ไม่รุเหมือนกันว่าแปลมาจากหนังสือญี่ปุ่นรึป่าว
---เรียนห้องละประมาณ 10-15 คนนะ คล้ายๆห้องกวดวิชาเล็กๆอ่ะ ครูไทย+ญี่ปุ่น
---เค้าทำเวบเก่งมาก - - สถานที่น่าเรียน ราคาสูงนิสนึง บริการขนม+น้ำ ด้วย
    มีบางเสียงบอกว่าสอนโอ แต่ยังไม่ได้มาตรฐานเท่ากับส.ส.ท รัยเงี้ย
---โทร. 02-248-2804   http://www.we-jpschool.com

6. WA  ชื่อแบบว่า...ในคำไทยอาจไม่สุภาพ 555+
---อยู่อาคารสีลม 64 ชั้น 6
---ไม่มีคอร์สให้เลือก โทร.ไปเลือกวันเวลาเรียนเองได้เรย มีแบบเรียนส่วนตัว 2คน 3คน
    คอร์สส่วนตัวแพงมั่ก คอร์ส3คนๆละ3300 ต่อ 30ชม.ๆละ 110บาท (ถือว่าถูก เพราะแค่3คน)
---ใช้หนังสือเรียนของญี่ปุ่น คล้ายๆมินนะโนะ
---ก้อตามที่บอก เลือกได้ว่าจะเรียนส่วนตัว 2หรือ3คน แต่ควรจะหาเพื่อนไปร่วมเรียนเอง
---อันนี้ม่ายรุอ่ะว่าชื่อเปนงัย แต่เราดูๆแล้วน่าสนจัยนะ ดูดี น่าเรียน มีทดลองเรียนฟรี1ชม.ด้วย
---โทร. 02-632-7577   http://www.wajapanese.com

7. สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต  เป็นศูนย์เรียนภาษาของมหาลัยอ่ะ
---ก้ออยู่ มธ.รังสิต เฮือกกก -*- ไกลโฮกก  อาคารศูนย์ญี่ปุ่นศึกษา
---มีสอนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ดูคอร์สดีๆ  คอร์สทั่วไป 2600 ต่อ39ชม.ๆละ 67 บาท
---ใช้หนังสือหรือเอกสารของสถาบัน 
---เรียนห้องละ 30กว่าคนนะ เป็นห้องเรียนโต๊ะเลคเชอร์เหมือนในมหาลัยอ่ะ ครูไทยสอน
---ดีน้ะ เราอยากเรียนที่นี่ล่ะ ถูกด้วย แต่ไกลเกิน เหมาะกะนศ.มธ.
---โทร. 02-564-5000-3 ต่อ 304 คุณวารินทร์   http://www.asia.tu.ac.th/

8. สถาบันภาษา ม.รามคำแหง  อันนี้เราว่าหลายคนรุจักกานน้ะ
---อยู่ในมหาลัยรามคำแหงอ่านะ....หัวหมาก ไกลโฮกกก เช่นกัน อาคารสุโขทัย ชั้น4
---มีสอนหลายภาษา คอร์สญี่ปุ่น 3000 ต่อ 36ชม.ๆละ 83 บาท
---ใช้หนังสือหรือเอกสารของสถาบัน
---เรียนห้องละ 30 กว่าคนนะ ก้อคงเปนห้องเรียนตามมหาลัยทั่วไปอ่ะ  ครูไทยสอน
---ที่นี่ก็โอเค ครูดี ราคาโอ ไกลเกินเช่นกัน  แต่ดีที่มีหลายภาษา
---โทร. 02-310-8903-4   http://www.ril.ru.ac.th/index.asp

9. ศูนย์รวมนักศึกษาแบ๊บติสต์ (BSC)  มีเปิดสอนภาษาด้วยงัย เต็มเร็วนะ
---อยู่ ถนนศรีอยุธยา พญาไท ใกล้ๆตึกใหม่อุ๊อ่า
---มีสอนหลายภาษา คอร์สเยอะมาก ราคา900 เรียนไปประมาณ 4เดือนนะ เอาเป็นว่าถูกมาก
---ใช้เอกสารของสถาบันทำเอง
---เรียนห้องละ 20 กว่าคน ครูไทยสอน
---เพื่อนเราเคยเรียนบอกว่าก็โอเค รู้เรื่อง เรียนสบายๆไปเรื่อยๆ ยังงัยก็ถูก เรียนไปจนจบ
---โทร. 02-354-4980-1 ,02-354-4984-5   http://th.bscbaptist.com/
-----------------------------------------------------------------------------------------------

อ่าๆ ก็มีเท่านี้ล่ะ ที่อื่นยังมีอีกนะ แต่อาจเพราะไกล+แพงเรยม้ะลงไว้

คัยมีอะรัยแนะนำก็บอกๆได้เรยเน้อ เอามาแบ่งปันกัน

ตอนนี้เราเรียนที่ ส.น.ญ. อยู่อ่า เรียนไปได้ 2 คอร์สแระ ก็โอเคน้ะ

แต่คงหยุดชั้วคราวก่อน เพราะไม่มีเวลาทบทวนเรย เห้อออ