..............................

เรื่องมาจากวันธรรมดาๆวันหนึ่ง
ตื่นสาย ออกจากบ้านเที่ยงไปสยาม นัดเพื่อนเก่ามาดูหนัง ลืมมือถือไว้บนเตียง
'ก้านกล้วย๒'----สนุกดี ตื่นเต้น เศร้า ซึ้ง ภาพสวย กันตนาทุ่มทุนน่าดู
บางฉากเว่อร์มาก ช้างบิน ช้างดำน้ำ ช้างบีบอย กองทัพซอมบี้ เหอๆ
ซื้อขนมแบ่งกับเพื่อน เพื่อนทอนเงินมา 4 บาท แต่เราบอกว่าไม่เป็นไร
แล้วก็แยกกันกลับ ซื้อผลไม้สองถุง ซื้อยา หยิบเงินออกจากกระเป๋า โดยลืมดูเงินที่มี
พอเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เปิดกระเป๋าเงินมา แล้วก็ตกตะลึง!!
เงินที่เหลืออยู่มีเพียงเหรียญ1 บาท 3เหรียญ.....................
มีเงินเพียงสามบาท ยืนอยู่หน้าโอสถศาลา คนเดียว
สายที่รอ ก็ไม่มีรถเมล์ฟรี จะใช้โทรศัพท์สาธารณะ โทรเรียกใครมารับ ก็ไม่มีใครมาได้
เพื่อนเพิ่งแยกไป แต่ไม่มีมือถือโทรบอกให้หยุดรอก่อน
รอบข้างมีแต่คนแปลกหน้า จะเดินกลับก็คงไม่ไหว

 

ณ เวลานั้น คิดย้อนกลับไป ทำไมเงินสามร้อยกว่าบาท มันหายไปไหน
ทำไมตอนนั้นถึงไม่ซื้อผลไม้แค่ถุงเดียว
ทำไมตอนนั้นถึงไม่รับเงินทอนจากเพื่อน......
มีเงินอีกเพียง 4 บาท ก็นั่งรถเมล์แดงกลับบ้านได้

ฉันยืนคิดกับตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่มีเงินในประเป๋าเสมอ
เวลาที่ซื้อของแพงๆ จ่ายเงินค่าอาหารในร้านหรูๆ
เวลาที่ใช้เงินเพื่อความสุขของตัวเอง โดยไม่ได้คิดมากอะไร
เวลาที่ทำเงินหล่น หรือทำหาย แล้วก็ไม่สนใจ เพราะคิดว่า ก็ยังมีอีก
เวลาที่มองคนยากไร้ คนไม่มีบ้าน ไม่มีกิน แล้วสงสัยว่า เขาอยู่กันยังไงนะ..
คำสอนที่เคยได้ยินว่า"สำหรับคนเหล่านี้ แค่เศษเงินก็มีค่า" แต่...แค่เศษเงิน จะเอาไปทำอะไรได้

 

วันนี้...ฉันได้รู้ เพิ่งได้รู้..ว่า เงินแค่ไม่กี่บาท มีค่าเสมอ และจะมีค่ามากขึ้นในเวลาทีเราต้องการมัน
เราไม่รู้หรอกว่า เมื่อไร ที่เราจะต้องการเงินจำนวนเล็กน้อยเหล่านั้น
บางที เราอาจไม่คิดเลยก็ได้ว่า วันที่เราจะต้องการ"เศษเงิน"นั้นน่ะ มันจะมาถึงเราจริงๆ

วันนี้ ฉันกลับมาถึงบ้านได้ เพราะนั่งสามล้อมาถึงหน้าบ้าน แล้วเดินเข้าไปแบมือของเงินแม่
จะบอกว่ารู้สึกผิด หรือละอายใจ ก็ไม่ใช่ทั้งหมด จะโทษตัวเองถึงสิ่งที่ผ่านมา ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ได้บอกให้ฉันตระหนักว่า เงินทุกบาทมีค่าจริงๆ ไม่ว่าเวลาไหน จงไม่ประมาท..ในการใช้เงิน

 

ไม่ใช่เพียงแค่เงินนะ ทุกอย่างรอบตัวเรามีค่าเสมอ
แม้เป็นเพียงเรื่องหรือสิ่งเล็กน้อย ก็มีค่าเสมอ
ทุกอย่างมีค่าในที่ของมัน ในสถานะของมัน ในเวลาของมัน
เปรียบกับคน คนที่อยู่รอบกายเรา จะเป็นแค่เพียงคนรู้จัก คนร่วมห้อง คนข้างบ้าน..
พวกเขามีค่าในตัวเอง และมีค่าต่อสังคม
เราควรมองเห็น และให้ความสำคัญอย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ
เปรียบกับความรู้สึก ความรู้สึกของตัวเอง ของเพื่อน ของครอบครัว ของใครก็ตาม
ความรู้สึกเพียงเล็กน้อย ที่เรามองข้ามไปเวลานั้น
อาจทำให้ใครสักคน เสียความรู้สึกในเรื่องนั้นก็เป็นได้
ความรู้สึกรัก รักมาก รักน้อย รักหวาน รักรุนแรง
จะรักแบบไหน แค่เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้โลกมีสีสัน..เนอะ^^
----และที่สำคัญที่สุด..."คุณค่า"ของตัวเองน่ะ มองให้เห็น ให้ความสำคัญกับตัวเอง และรักตัวเองไว้เสมอนะ

ปล. ไม่ได้เข้าบล็อกมานานมากๆๆ(เป็นปี - -")
....
เข้ามาที เขียนซะยาวเลย หึหึ...จะพยายามเขียนต่อ

 

ยังจำกันได้ไหมเอ่ย
ตอนที่เรายังเรียนอนุบาลหรือประถมกันอยู่
ทัศนศึกษา หรือ ช่วงวันหยุดเทศกาล
มีสถานที่อยู่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับเด็กๆและครอบครัว

...........สวนสัตว์ดุสิต หรือ สวนสัตว์เขาดิน..............

*****ไปเที่ยวเขาดินกานเถอะ*****

>>>>สวนสัตว์ดุสิต มีความเป็นมาตั้งแต่ช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พื้นที่ของสวนสัตว์ดุสิตในอดีต มาจากการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำในเขตพระราชอุทยานสวนดุสิต มีชื่อว่า"เขาดินวนา" ต่อมาในช่วงหลังปีพ.ศ.2475 สมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่บริเวณสวนดุสิต จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เพื่อนำมาจัดสร้างเป็นสวนสัตว์ จนในวันที่18 มีนาคม พ.ศ.2481  พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติ ให้เทศบาลนครกรุงเทพฯ รับสวนดุสิตไปดำเนินการตามที่ขอ จากนั้นก็มีการรวมรวบสัตว์ต่างๆ และตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม ให้ใช้ชื่อว่า "สวนสัตว์ดุสิต" เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย

>>>>>มาถึงปัจจุบันนี้ สวนสัตว์ดุสิตมีอายุกว่า 70 ปีแล้วน้า อายุรุ่นปู่ย่าตายายเรยน้าเนี่ย หลายๆคนน่าจะเคยไปเที่ยวเขาดินกับโรงเรียนหรือครอบครัวสมัยยังเป็นเด็กเล็ก มันก็นานมากแล้วเนอะ ตอนนี้เขาดินก็ได้รับการปรับปรุงจนกว้างใหญ่ สะอาด สวยงาม ร่มรื่น น่าไปเยี่ยมชมมากๆเลยนะคะ ช่วงปิดเทอมนี้เรากับเพื่อนๆในกลุ่มจึงชวนกันไปเที่ยวเขาดินมาค่ะ อยากจะบอกว่าสนุกมากๆเลย ตอนที่เราบอกคนอื่นๆว่า เราจะไปเขาดินนะ หลายคนตอบกลับมาว่า เขาดินเหรอ จะไปทำไม เราฟังแล้วก็สงสัยจังอ่ะ เขาดินน่าไปออก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่น่าไปกับเพื่อนๆมากเลยนะ เราขอแนะนำเลย ราคาไม่แพง ได้ถ่ายรูป ได้เดินเล่นกับเพื่อนๆ สนุกกว่าเดินสยามเป็นไหนๆ

>>>เราอยากจะเชิญชวนให้ทุกคนไปเที่ยวสวนสัตว์เขาดินกันเถอะนะ ทุกคนก็น่าจะรู้นี่ ว่าในแต่ละวัน สวนสัตว์ต้องมีค่าใช้จ่ายมากมายขนาดไหน ค่าอาหาร ค่าจ้างพนักงาน ค่าอุปกรณ์ ค่ายารักษา ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ ราคาบัตรก็ไม่แพง ของขายก็ไม่แพง สถานที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อประชาชน ไม่ใช่ธุรกิจ จึงไม่มีกำไร มีแต่ขาดทุน ทำไมเราถึงต้องไปเที่ยวที่ไกลๆในวันหยุดล่ะ ทำไมต้องไปสถานที่ที่วุ่นวาย คนเยอะแยะ แทนที่จะไปพักผ่อนอย่างสงบ ไปดูเพื่อนร่วมโลกต่างสายพันธุ์บ้างดีกว่า สัตว์เหล่านั้นมีความน่ารักในตัวของมันเอง ไปแล้วรับรองสนุกแน่นอนค่ะ

ต่อไปนี้เป็นรูปบางส่วนน้า

 
ด้านหน้าสวนสัตว์ค่ะ                     หน้าตาตั๋วผู้ใหญ่(มีแบบราคานร./นศ.ในเครื่องแบบนะ)
 
วิวสระน้ำ ร่มรื่นมาก                           นกเงือกคร่า สีสวยมากเรย
 
นกอะไรไม่รุ น่ากัว - -                         ฝูงฟลามิงโก
 
เพนกวินตากแอร์                               เป็ด...เอ้ย....น่ารักมั๊ย
 
ดำๆนั่นคือ ตัวกินมดยักษ์                     นกกระเรียนค่ะ กำลังนั่ง......พับขา
 
ครอบครัวกวาง                                 คุณช้าง
 
น่าจะเป็น นาก นะคะ                         นี่คือ..เอ่อ....เ-ยจระเข้ ค่ะ ใหญ่มว้ากๆๆๆ
 
แมวดาวค่ะ น่าร้ากมั่ก                         นู๋ฮิปโปแคระ
 
ป๊าม๊ายีราฟค่ะ                                  เสือโคร่งขาว.....สวยมากมาย น่ากอด
  
เสือดำ                                   เมียร์แคท                   ค่าง 5 สี

อ่อ ลืมบอกไป เขาดินตั้งอยู่ข้างๆ พระที่นั่งอนันตสมาคมค่ะ มีทางเข้าหลายทาง จากถนนพระราม 5  ถนนราชวิถี  ถนนอู่ทอง....เรานั่งแท็กซี่ไปนะ จากเจริญกรุง ไปถึงประมาณ 65 บาทค่ะ มีรถเมล์ผ่านนะ เดินทางไม่ยากหรอก ไปกันประมาณ 5-6 ก็สนุกแล้ว ^^

...วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2551...

............วันเกิดครบ 52 ปี ของคุณพ่อ.............

>>>>สุขสันต์วันเกิดค่ะพ่อ<<<<

ค่ำคืนของวันที่ 22  ฉันกับพี่สาวนอนคุยกันถึงวันพรุ่งนี้...วันที่แสนสำคัญ
เรา2คนนอนคุยกันว่า จะทำอะไรให้พ่อดี นานๆทีจะมีโอกาสได้ทำอะไรเซอร์ไพร้สซักหน่อย
ต่างคนต่างเสนอความคิด แต่ทุกอย่างที่คิดออก ก็ยากจะเป็นจริงได้
บางอย่างก็แพงเกิน บางอย่างก็หายาก บางอย่างก็เพ้อฝันไปเลย
คิดนานมาก พยายามคิดว่าพ่อชอบอะไร อยากได้อะไร อยากกินอะไร
คิดไปคิดมา....ก็เพิ่งรู้ตัวว่า นี่เราเกิดมาจะ18ปีแล้ว ยังไม่รู้ใจพ่อตัวเองเลยเหรอ.......

สุดท้าย ปิ๊งอะไรดีๆขึ้นมาได้ มือถือ......เมสเซจ......ก็ดีแฮะ
ก็สรุปว่าจะส่งMMSให้พ่อ ถ่ายวีดีโอร้องเพลงวันเกิด กับ คำอวยพรเล็กๆน้อยๆ
พี่สาวฉันส่งไปก่อน เป็นวีดีโอที่น่ารักดี มีจุ๊บๆด้วย
ส่วนตัวฉันกำลังคิดว่า จะพิมพ์ข้อความอะไรไปอวยพรดีนะ
ด้วยความที่เป็นคนทิฏฐิสูง ปากแข็ง จะให้พูดอะไรหวานๆน่ารักๆ ก็รู้สึกแปลกๆ
ความรู้สึ